Ads Top

NJ0z48.gif

จำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน...มีผลต่อสุขภาพอย่างไร



การเดินถือเป็นการออกกำลังกายอย่างง่ายที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกวัน แต่การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่มักทำงานหน้าจอ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ทำให้เราก้าวเดินน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นบันไดเลื่อน ลิฟต์  หากเราเดินให้มากขึ้นจะมีผลอย่างไร ได้รวบรวมข้อมูลมาบอกกัน 

- จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal Nature เกี่ยวกับพฤติกรรมการออกแรงของผู้คนใน 46 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดเผยข้อมูลว่า 

    • คนฮ่องกงมีจำนวนก้าวเดินมากที่สุดเฉลี่ยวันละ 6,880 ก้าว อันดับที่ 2 คือประเทศจีนเดินเฉลี่ยวันละ 6,189 ก้าว และมีอันดับที่ 3-7 คือ ยูเครน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, สเปน และสวีเดน

    • ประเทศที่มีจำนวนก้าวเฉลี่ยของประชากรน้อยที่สุดคือ ประเทศอินโดนีเซียนั้นอยู่ที่ 3,513 ก้าวต่อวัน

    • ค่าเฉลี่ยจำนวนก้าวเดินของคนทั่วโลกอยู่ที่ ราว ๆ 4 กิโลเมตรต่อวัน หรือประมาณ 4,961 ก้าว

    • ประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 31 จาก 46 ประเทศทั่วโลก จำนวนการเดินประมาณ 4,764 ก้าว/วัน รองจากสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในอันดับ 30  อยู่ที่ 4,774 ก้าว/วัน ซึ่งมีนับว่ามีค่าเฉลี่ยการเดินต่ำกว่าค่ามาตรฐาน

    • พบว่าจำนวนก้าวเดินเป็นหนึ่งปัจจัยที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคอ้วน




- อีกหนึ่งผลการวิจัยพบว่าคนที่นั่งอยู่กับโต๊ะตลอดทั้งวันส่วนใหญ่จะมีรอบเอวขนาดใหญ่,ไตรกลีเซอไรด์สูง (มีไขมันในเลือด) และ HDL (ไขมันดี) ต่ำ แต่คนที่ใช้เวลาในการเดินมากจะมีขนาดรอบเอวเล็ก, ไตรกลีเซอไรด์น้อย และ HDL (ไขมันดี) สูง

- ทุกการเดิน 20 ก้าว จะเบิร์นได้ 1 กิโลแคลอรี่ ทุก3,500 กิโลแคลอรี่ที่เบิร์นออกไป น้ำหนักจะลง 0.45 กิโลกรัม
เดิน 10,000 ก้าว จะเบิร์นออกไปได้ถึง 400-500 กิโลแคลอรี่ ใน1 สัปดาห์ จะช่วยให้น้ำหนักลดลงไปได้ 1/2 กิโลกรัม

- การเดินวันละ 10,000 ก้าว หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือ ระยะทาง 8 กิโลเมตร เป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ เท่ากับการออกกำลังกายระดับปานกลาง ถึง 150 นาที/สัปดาห์ ลดการสะสมไขมัน โรคอ้วน จะช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ง่ายขึ้น ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานที่มีการทำงานของอินซูลิน (insulin) ลดลงนั้น พบว่าการปฏิบัติเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้นและร่างกายก็สามารถที่จะนำน้ำตาลไปใช้งานได้ดีขึ้น ซึ้งนั่นก็หมายถึงเราสามารถควบคุมโรคเบาหวานได้นั่นเอง และนอกจากนี้สำหรับคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานการปฏิบัติเช่นนี้ก็ยังทำให้เป็นโรคนี้ยากขึ้นอีกด้วย

- การเดินช่วยลดการนั่งอยู่กับที่ ไม่ขยับร่างกายเป็นเวลานานๆ หรือเรียกว่า Sedentary Death Syndrome (SeDs) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจตามมา ซึ่งพบว่าคนไทยมีการนั่งเฉยวันละ 13 ชม. ขณะที่ทางการแพทย์ยอมให้ได้แค่ 9 ชม

- การก้าวเดินได้ 15,000 ก้าวต่อวัน หรือเดินมากกว่า 7 ชั่วโมงในหนึ่งวัน จะมีการเผาผลาญเป็นปกติและไม่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ



ประกันสุขภาพตามฟิต ตามก้าว ยิ่งก้าว เบี้ยยิ่งลด พร้อมรับเบี้ยคืน หากก้าวเดินได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพียงดาวน์โหลด “SMK Health" แอปพลิเคชันเพื่อคนรักสุขภาพที่จะช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง  สินมั่นคงประกันภัย มีประกันสุขภาพหลายรูปแบบให้เลือก พร้อมค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพง   คลิก www.smk.co.th/prehealth.aspx หรือ โทร 1596  สินมั่นคงประกันสุขภาพ..เราประกัน คุณมั่นใจ..


ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.